เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเรียกดูเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องแสดงว่าคุณเห็นด้วยกับการใช้คุกกี้ของเรา นอกจากนี้คุณยังสามารถจัดการการกำหนดค่าได้
ดูเพิ่ม
ศูนย์ความรู้เบ็นคิว

เคล็ดลับการเลือกจอมอนิเตอร์อย่างไรให้เหมาะเมื่อต้องใช้วันละหลายชั่วโมง

BenQ
2018/10/25

หากใครกำลังกังวลเกี่ยวกับสายตาเมื่อต้องใช้สายตาทำงานบนหน้าจอมอนิเตอร์วันละหลายชั่วโมง บทความนี้จะมาช่วยคุณเลือกหน้าจอที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ โดยจะแบ่งการใช้งานออกเป็น 4 ประเภทตามระยะเวลาการใช้หน้าจอคอม และจะกล่าวถึงเทคโนโลยีถนอมสายตา ได้แก่ Low Blue Light, Low Blue Light Plus, Brightness Intelligence และ Brightness Intelligence Plus เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาและทำให้ดวงตาได้รับการปกป้องได้ดียิ่งขึ้น

โรคทางสายตาจากจอคอมพิวเตอร์

โรคทางสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Computer Vision Syndrome (CVS) คือกลุ่มอาการทางสายตาที่เกิดขึ้นเมื่อใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งผู้ใช้ได้มีความระมัดระวังกันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการลดระยะเวลาการใช้หน้าจอของตนเองนั้นเป็นไปได้ยาก ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องคำนึงถึงอาการทางสายตา และมองหาสิ่งที่ตรงกับความต้องการ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การมองเห็นที่ผ่านมา และตัวเลือกที่แนะนำสำหรับคุณ ซึ่งได้แบ่งผู้ใช้ออกเป็น 4 กลุ่มตามระยะเวลาการใช้งานหน้าจอ หากปราศจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม แต่ละกลุ่มจะประสบปัญหาทางสายตาได้ ดังนั้นโปรดเลือกกลุ่มที่ใช่ รวมถึงวิธีหลีกเลี่ยงการทำร้ายดวงตาของคุณ



 

นักเรียนชั้นประถม

ผู้สูงอายุ

พฤติกรรมการใช้งาน:

  • ท่องอินเตอร์เน็ต, อ่านหนังสือทั่วไป
  • กลุ่มผู้ใช้ที่มีดวงตาบอบบาง ­

คำแนะนำ:

  • กรองแสงกระพริบที่มองไม่เห็น
  • กรองแสงสีฟ้า 
เทคโนโลยีลดการกระพริบของแสง (Flicker-Free)

โดยปกติแล้ว หน้าจอจะมีการกระพริบของแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ามากถึง 250 ครั้งต่อวินาที การกระพริบเกิดขึ้น 5,760,00 ครั้งในเวลา 8 ชั่วโมง (เวลางาน) ที่ใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ใน 1 วัน โดยการจ้องแสงกระพริบเป็นระยะเวลานานส่งผลกระทบต่อดวงตาอย่างร้ายแรง ภาวะตาล้ากลายมาเป็นเรื่องปกติในหมู่นักเรียน และพนักงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทุกวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการเรียน และการทำงานมากขึ้น ดังนั้น คุณจึงต้องหาหน้าจอที่ลดการกระพริบแสง (Flicker-Free) ซึ่งใช้เทคโนโลยีอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะในการรักษาความเสถียรเพื่อป้องกันภาพจากแสงกระพริบ ที่ช่วยลดปัญหาความดันตา และอาการสายตาล้าจากการจ้องหน้าจอเป็นระยะเวลานาน BenQ ห่วงใยผู้ใช้หน้าจอของเรา โดยทำให้แน่ใจว่าจอมอนิเตอร์ของเราสมบูรณ์แบบด้วยหน้าจอลดแสงกระพริบ

Comparison of screen with and without flicker-free technology

มีเทคโนโลยีลดการกระพริบของแสง (Flicker-free)

Comparison of screen with and without flicker-free technology

ไม่มีเทคโนโลยีลดการกระพริบของแสง (Flicker-free)

เทคโนโลยี Low Blue Light

แสงถูกจำแนกออกเป็นแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า (Visible Light) และแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Invisible Light) ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้เมื่อแสงเหล่านั้นเข้ามาสู่จุดภาพชัดของตา หลังจากที่รวมกันเป็นภาพ และสีแล้ว โดยแสงสีฟ้า (Blue Light) คือแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าพลังงานสูง รวมไปถึงสีฟ้า, สีคราม และแสงสีม่วง โดยแสงสีฟ้าคลื่นสั้นของรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) สามารถทะลุผ่านกระจกตา ไปถึงแก้วตา สู่จุดภาพชัดของตาได้โดยตรง ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อเซลล์รับแสง BenQ ใส่ใจสุขภาพตาของผู้ใช้ รวมถึงอาการทางสายตา และนั่นคือเหตุผลที่ BenQ ออกแบบหน้าจอมาเพื่อช่วยเหลือทุกคน

 

พนักงานออฟฟิต

นิสิตนักศึกษา

แม่บ้าน

พฤติกรรมการใช้งาน:

  • ใช้งานเป็นระยะเวลานาน
  • ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ

คำแนะนำ:

  •  เก็บสายตาของคุณไว้ให้กับแสงสีฟ้าที่ดี

 

แสงสีฟ้าที่ดีสามารถทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าตื่นตัว อีกทั้งแสงสีฟ้าคลื่นยาวยังสามารถปกป้องดวงตา รวมถึงพัฒนาประสบการณ์การรับชมได้ อ้างอิงจากหลักฟิสิกส์เบื้องต้น แถบคลื่นความถี่ของแสงสีฟ้าในแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าในช่วงคลื่นสั้นถึงคลื่นยาว (420-480 นาโนเมตร) ถูกแบ่งหลัก ๆ ออกเป็นแสงสีฟ้าคลื่นสั้น, แสงที่ใกล้เคียงรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) และแสงสีฟ้าคลื่นยาวที่ใกล้เคียงกับแสงสีเขียวโดยคลื่นยิ่งสั้น ยิ่งมีพลังงานมาก และยิ่งยาว ยิ่งมีพลังงานน้อย

เทคโนโลยี Low Blue Light Plus

หน้าจอ Blue Light Crystal ของ BenQ ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธ์เฉพาะอย่าง Backlight Module, เทคโนโลยีการปรับสี และเทคโนโลยีหน้าจอ VA High Contrast คือสิ่งที่คุณต้องการ โดยหน้าจอนี้สามารถกรองแสงสีฟ้าคลื่นสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกแสงสีฟ้าคลื่นยาว (455-480 นาโนเมตร) ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาน้อยกว่ามาแทนที่ แสงสีฟ้ามีความใกล้เคียงกับแสงอัลตร้าไวโอเล็ต (แสง UV) ซึ่งก่อให้เกิดอาการตาแห้ง และมีจุดสีเหลือง

อีกทั้ง Low Blue Light Plus ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถรักษาความคมชัด และคอนทราสต์ของสีหน้าจอให้ได้เพลินเพลินกับที่สุดแห่งสีสันโดยปราศจากความผิดเพี้ยนใด ๆ รวมถึงช่วยกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาให้ลดลงเพื่อปกป้องดวงตา พร้อมให้สีที่ถูกต้องและขอบเขตในการใช้สี ไม่ว่าจะเพื่อการออกแบบ, ช่างภาพที่ต้องการสีที่แม่นยำ, ผู้ปกครองที่เป็นห่วงเรื่องสายตาของลูก, ผู้ใช้ที่สนใจความบันเทิงมัลติมีเดีย หรือผู้เชี่ยวชาญที่ต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน คุณสามารถได้รับประสบการณ์ทางการมองเห็นที่สบายที่สุดผ่านหน้าจอด้วยเทคโนโลยีการปกป้องดวงตาเหล่านี้

Screen retaining high color quality via BenQ’s advanced low blue light plus technology

 

อาจารย์และนักศึกษา

ผู้ชื่นชอบการเล่นเกมส์

นักออกแบบกราฟิก

พฤติกรรมการใช้งาน:

  • ใช้งานหนักและต้องใช้ความละเอียดมาก
  • มักใช้งานบนหน้าจอมืด จึงไวต่อแสงโดยรอบ

คำแนะนำ:

  • เซนเซอร์อัจฉริยะที่รับแสงจากแหล่งกำเนิดภายใน และภายนอก
  • การปรับแสง

เมื่อคุณเปิดเซนเซอร์อัจฉริยะที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Brightness Intelligence ตัวเซนเซอร์จะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแหล่งกำเนิดแสงรอบนอก โดยหน้าจอจะถูกปรับให้เหมาะสมกับความสว่าง และความมืดนั้นๆ กล่าวคือเมื่อแสงโดยรอบสว่าง ความสว่างจะสูงขึ้น เมื่อแสงโดยรอบอ่อนลง หน้าจอจะปรับแสงโดยรวมให้ต่ำลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้สบายตามากขึ้น จากการลดการรบกวนของแสง รวมถึงช่วยปกป้องดวงตาจากอาการเหนื่อยล้า และระคายเคือง อีกทั้งเทคโนโลยี Brightness Intelligence ยังสามารถปรับตามสภาพแวดล้อม จึงช่วยให้มั่นใจเรื่องความสบายตามากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การมองเห็นที่ไหลลื่นยิ่งขึ้น

Brightness Intelligence Technology adjusting screen brightness per ambient light

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Brightness Intelligence ยังสามารถตรวจจับแสงการปรับเปลี่ยนของแสงทั้งใน และนอกจอได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะให้แสงอย่างเหมาะสมที่สุด ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มความสบายตามากขึ้น รวมถึงลดการได้รับแสงมากเกินไป เพื่อปกป้องสุขภาพตา และสร้างสรรค์ให้ทุกสิ่งเป็นความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ



นักออกแบบ

นักบัญชี

สถาปนิก

พฤติกรรมการใช้งาน:

  • โหมดใช้งานหนักและต้องใช้ความละเอียด
  • ไวต่ออุณหภูมิสีของสภาพแวดล้อมการทำงาน

คำแนะนำ:

  • เซนเซอร์อัจฉริยะที่รับรู้ถึงแหล่งกำเนิดแสงภายใน และภายนอก
  • ปรับแสง และอุณหภูมิของสี

หากคุณเป็นประเภทใช้งานหนัก คุณต้องการเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่สามารถมอบประสบการณ์การมองเห็นที่สบายกว่าของหน้าจอ เทคโนโลยี Brightness Intelligence Plus คือ การพัฒนาเทคโนโลยี Brightness Intelligence เพื่อประสบการณ์การมองเห็นที่มีมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถแสดงผลของอุณหภูมิสี และแสงอย่างเหมาะสมได้ตามอัตโนมัติ เพื่อคุณภาพของการมองเห็นที่ยอดเยี่ยมที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าเทคโนโลยี Brightness Intelligence จะสามารถปรับอุณหภูมิสี และแสงอย่างเหมาะสมได้ตามอัตโนมัติ แต่ระยะเวลาการใช้หน้าจอก็ยังต้องถูกควบคุม เพื่อหลีกเลี่ยงจากอาการเมื่อยล้าเกินไป การทำงานของเซนเซอร์สามารถตรวจจับระยะเวลาการใช้หน้าจอ อุณหภูมิสี และแสงจะถูกปรับตามเวลาที่ใช้ โดยปรับลดปริมาณความสว่างตามแสงโดยรอบ รวมถึงปรับลดระดับแสงสีฟ้า เพื่อลดปริมาณการได้รับแสงสีฟ้าคลื่นสั้นในระยะยาว

Screen color temperature being adjusted via Brightness Intelligence Plus Technology per ambient light

นอกเหนือจากเรื่องอุณหภูมิสี เทคโนโลยี Brightness Intelligence Plus สามรถเพิ่มสี และความอิ่มตัวของสี โดยยังให้การไล่สีอย่างเรียบเนียน เพื่อให้สีสันคงความสมจริง, ตรงตามต้นฉบับ และมีชีวิตชีวา ด้วยแสง, อุณหภูมิสี และสีสันที่ดี เทคโนโลยี Brightness Intelligence Plus สร้างสรรค์ประสบการณ์การมองเห็นที่สบายตามากขึ้น และลดอาการเมื่อยล้าโดยรวม ซึ่งช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการรับชมไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

หลังจากอ่านลักษณะของผู้ใช่ทั้ง 4 ประเภทแล้ว คุณเลือกได้หรือยังว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน? เลือกซื้อหน้าจอให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน และเพลินเพลินไปกับประสบการณ์การมองเห็นที่ลดความเมื่อยล้า รวมไปถึงการการันตีเรื่องความสบายตา แล้วคุณจะพบว่าการใช้จอมอนิเตอร์ในระยะยาว ทำให้ดวงตาของคุณรู้สึกสบายมากขึ้น แม้จะเป็นวันทำงานอันแสนยาวนานที่ต้องนั่งหน้าจอทั้งวัน

อ่านเพิ่มเติม

เลือกซื้อหน้าจอมอนิเตอร์ 4K อย่างไรให้เหมาะกับความต้องการของคุณ

หากคุณกำลังมองหาจอมอนิเตอร์ 4K สำหรับการใช้งานอเนกประสงค์ อาทิ เล่นเกมส์คอนโซล ท่องอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการรับชมหนัง สเปคจอควรถูกพิจารณาตามลักษณะตามการใช้งาน อาทิ ผู้เล่นเกมส์คอนโซลควรให้ความสนใจกับอัตราการรีเฟรชและการแสดงผลของสี ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการดูหนังควรให้ความสนใจกับ HDR คอนทราสต์ และ ความกว้างของขอบเขตสี สิ่งสำคัญก็คือคุณต้องหาจอคอม 4K ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณเพื่อให้ได้ประสบการณ์การรับชมที่ยอดเยี่ยม ขณะเดียวหน้าจอคอม 4K ที่ดีควรมาพร้อมเทคโนโลยีที่ถนอมสายตา

วิธีเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับรับชมภาพยนตร์

การเลือกจอมอนิเตอร์ที่ใช่สำหรับการรับชมภาพยนตร์นั้น คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดคือ การแสดงผลของสี, ประสิทธิภาพของ HDR และรายละเอียดของประสบการณ์การรับชมเพื่อให้เกิดความบันเทิงสูงสุด โดยหน้าจอที่ให้ความเป็นภาพยนตร์มากที่สุดจะต้องให้การแสดงผลของสีที่กว้างเพื่อคุณภาพอันยอดเยี่ยมของภาพ และมีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง เพื่อรักษารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงมีเทคโนโลยี HDR ล่าสุดเพื่อให้ภาพชัด สมจริง และคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ การใช้คำแนะนำนี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญขององค์ประกอบภาพที่จำเป็นไปพร้อมกับฟีเจอร์อัจฉริยะจะทำให้ผู้ชื่นชอบภาพยนตร์สามารถเลือกจอมอนิเตอร์ที่ใช่เพื่อประสบการณ์การรับชมความบันเทิงจากภาพยนตร์ที่บ้านอันยอดเยี่ยม

TOP