ศูนย์ความรู้เบ็นคิว

การปรับเทียบสีจอภาพคืออะไร ? มีผลต่อช่างภาพอย่างไร ?

BenQ
2018/09/13

หลังจากได้ซื้อจอมอนิเตอร์ระดับมืออาชีพที่สามารถแสดงสีใกล้เคียงกับสีธรรมชาติแล้ว ช่างภาพควรจะต้องเรียนรู้วิธีการปรับเทียบสีของมอนิเตอร์ด้วย เนื่องจากความสว่างของจอภาพจะลดลงและการแสดงสีจะเปลี่ยนไม่มากก็น้อยตามระยะเวลาการใช้งาน หากมีการละเลย
สิ่งเหล่านี้ การแสดงสีของรูปภาพและผลงานหลังจากการแก้ไขในขั้นตอนสุดท้ายจะได้รับผลกระทบอย่างมาก สิ่งเหล่านี้สำคัญจนคุณอาจ
คาดไม่ถึง บทความนี้จะกล่าวถึงข้อมูลและความรู้ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการปรับเทียบสีของจอภาพ ที่เราจะแบ่งปันเพื่อให้คุณมั่นใจใน
ความสม่ำเสมอและความแม่นยำของสีในการใช้จอภาพคู่ใจของคุณ

เราต่างมีอุดมคติว่าสีของภาพถ่ายควรจะถูกแสดงอย่างคงที่แม้อุปกรณ์ที่ใช้แตกต่างกัน (เช่นจอภาพ เครื่องปริ้นเตอร์ และอุปกรณ์มือถือ)
แต่น่าเสียดายที่สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น สีของงานชิ้นเดียวกันอาจปรากฏแตกต่างกันไปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน ที่บ้าน รวมถึงหน้าจอ
ของลูกค้า สิ่งนี้เป็นปัญหาสำหรับช่างภาพหลายท่าน สิ่งที่เราต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหาคือการจัดการสี ดังนั้นการจัดการสีคืออะไรกันแน่ ? กล่าวอย่างง่ายๆคือการใช้เทคโนโลยีการแปลงสีที่สามารถควบคุมได้เพื่อให้สีที่แสดงบนอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถแสดงออกมาได้ “ใกล้เคียงที่สุด” เหตุผลที่อุปกรณ์แต่ละชิ้นแสดงสีแตกต่างกันนั้นไม่ใช่เพียงเพราะโหมดสีที่ใช้กับอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นแตกต่างกัน แต่ยังเกิดจากความแตกต่างในส่วนประกอบที่ใช้สำหรับการผลิตในแต่ละรอบ เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ? สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือพื้นที่สีมาตรฐานที่ทำหน้า
ที่เป็นตัวกลางเพื่อให้อุปกรณ์สองเครื่องที่แตกต่างกันสามารถแปลงพื้นที่สีหรือช่วงสีตามที่ตัวกลางกำหนด เพื่อที่เราจะสามารถมองเห็นสีที่ถูกแสดงออกมาคงที่และใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้บนอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน

ภายใต้ “อุดมคติ” สีที่สอดคล้องกันควรถูกใช้ในการแสดงภาพเดียวกันแม้บนอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน

คุณอาจสงสัยว่าใครเป็นผู้กำหนดพื้นที่สีมาตรฐาน ? คำตอบคือ International Color Consortium (ICC) และ พื้นที่สีมาตรฐานนั้นเรียกว่า PCS (Space Connection Space) นอกเหนือจากพื้นที่สีมาตรฐานแล้ว ICC ยังกำหนด ICC profile อีกด้วย ICC profile จะทำงานร่วมกับสถานะปัจจุบันของแต่ละอุปกรณ์ เช่นไฟล์. icc หรือ. icm ถูกสร้างขึ้นหลังจากทำการปรับเทียบสีสำหรับจอภาพ ICC profile กำหนดคุณสมบัติสีของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและวิธีการแปลงให้เป็นพื้นที่สีมาตรฐาน การใช้ PCS เป็น “ตัวกลาง” เพื่อช่วยในการแปลงโทนสีระหว่างอุปกรณ์ (เช่น: Adobe RGB → L* A* B* → CMYK) และร่วมกับคุณสมบัติที่อธิบายไว้ใน ICC profile ช่างภาพก็จะสามารถสร้างสีที่สอดคล้องกันได้อย่างง่ายดายแม้บนอุปกรณ์ที่แตกต่าง

ICC profile ทำการปรับสีบนอุปกรณ์ต่างๆให้เป็นพื้นที่สีมาตรฐานเพื่อแสดงสีที่สอดคล้องกัน

Sample diagram of the color management process

โดยทั่วไปแล้ว การจัดการสีนั้นจะต้องดำเนินการตั้งแต่จุดเริ่มต้นหรือการถ่ายภาพไปจนถึงจุดสิ้นสุดเอาต์พุต สำหรับช่างภาพนั้นนอกจากการปรับขอบเขตสีให้เหมือนกัน (เช่น: Adobe RGB) ตั้งแต่บนกล้อง มาจนถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้แก้ไขภาพ (เช่น: Adobe Lightroom / Photoshop) และจอภาพแล้ว ยังต้องทำการปรับเทียบสีบนคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่มีการใช้งาน วิธีนี้จะทำให้สีของภาพถ่ายมีความแม่นยำมากที่สุด จอภาพ เครื่องปริ้นเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ควรมี ICC profile ที่เป็นของตัวเครื่องเอง ยกตัวอย่างเช่นการใช้จอภาพที่ช่างภาพใช้ทุกวัน ICC profile จะถูกสร้างขึ้นหลังจากปรับเทียบจอภาพโดยเครื่องมือวัด หลังจากแก้ไขภาพโดยใช้ซอฟต์แวร์แล้ว ICC profile
จะต้องถูกฝังลงในภาพเมื่อบันทึกไฟล์เพื่อให้แน่ใจว่าสีที่ถูกต้องที่สุดจะถูกแสดงบนจอภาพหรือเครื่องปริ้นเตอร์ที่แตกต่างกันไป

แน่นอนว่าการทำตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ด้านบนเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะรับประกันการแสดงสีที่ถูกต้อง เนื่องจากต้องมีการเลือกใช้พื้นที่สีที่ถูกต้องในซอฟต์แวร์แก้ไขภาพ (เช่น: Adobe Lightroom / Photoshop) เพื่อให้ช่างภาพเห็นสีที่ถูกต้องมากที่สุด ดังนั้นจะสามารถใช้ ICC profile ที่ถูกต้องในซอฟต์แวร์เพื่อจัดการสีได้อย่างไร ? คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความต่อไปนี้

ก่อนที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับ 3D-LUT ควรทำความเข้าใจว่า LUT คืออะไร ชื่อเต็มของ LUT คือ Look-Up Table หน้าที่หลักคือการจับสัญญาณ
สีจากคอมพิวเตอร์ ค้นหาค่าผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันจากใน Look Up Table แล้วแสดงผลลัพธ์บนจอภาพ เราต่างรู้ว่าภาพนั้นประกอบด้วย
จุดจำนวนมาก (pixels) และข้อมูล (bit depth) ที่บันทึกในแต่ละพิกเซลประกอบด้วยข้อมูลสี ในโลกของจอภาพนั้นมีการใช้ LUT เป็นดัชนี
ค่าใหม่ที่มาจาก LUT แล้วแสดงขึ้น มีข้อดีคือสามารถแสดงสีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ระหว่าง 3D-LUT
และ 1D-LUT แบบเก่าคือ 1D-LUT จะหาค่าสีที่สอดคล้องกันในตารางค้นหาสามมิติ (R, G, B) แยกกันไปตามสี แต่ 3D-LUT จะมีแหล่งดัชนี
เป็นแผนภูมิรวมสีแบบสามมิติเข้าด้วยกันและหาค่าที่เกี่ยวข้องจากภายใน ซึ่งมีข้อดีกว่าแบบเก่าเพราะมันสามารถแสดงสีได้ถูกต้องมากขึ้น

เมื่อเทียบกับ 1D-LUT จะเห็นว่า 3D-LUT มีการรวมสีทั้งสามสีอยู่ด้วยกันบน Look Up Table ซึ่งสามารถตีความค่าระหว่างสีได้แม่นยำยิ่งขึ้นและทำให้จอภาพสามารถแสดงโทนสีได้ต่อเนื่องมากขึ้น

โดยทั่วไปขั้นตอนในการปรับเทียบฮาร์ดแวร์มีดังต่อไปนี้:

1. เปิดจอภาพเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่ออุ่นเครื่อง (ประมาณ 30 นาที)

2. เปิดซอฟต์แวร์การจัดการสีและ colorimeter หรือ spectrophotometer แล้วทำตามคำแนะนำจากซอฟต์แวร์เพื่อทำการปรับเทียบสี

3. หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการปรับเทียบสีทั้งหมด ซอฟต์แวร์จะวิเคราะห์ข้อมูลที่วัดได้และบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องใน LUT ของจอภาพและบันทึกไฟล์ ICC ที่เกี่ยวข้องในระบบปฏิบัติการ

4. หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ระบบจะใช้ ICC profile โดยอัตโนมัติเพื่อให้ตรงกับเอาท์พุท LUT ของจอภาพ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเทียบสีบนฮาร์ดแวร์:

รีวิว BenQ SW320 โดยคุณ Art Suwansang เรื่อง การปรับแต่งฮาร์ดแวร์ 4K Display สำหรับช่างภาพ

BenQ SW2700PT จอภาพที่ดีที่สุดสำหรับการปรับเทียบฮาร์ดแวร์เพื่อช่างภาพมืออาชีพ

Piotr Piatek ช่างภาพ Portrait สาธิตวิธีการปรับเทียบฮาร์ดแวร์บนจอภาพ BenQ SW271

การปรับเทียบจอภาพแบ่งออกเป็นสองประเภท: การปรับเทียบซอฟต์แวร์และการปรับเทียบฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะใช้วิธีการปรับเทียบแบบใด
ก็ต่างจำเป็นต้องใช้ colorimeter หรือ spectrophotometer เพื่อดำเนินการปรับเทียบจอภาพ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างการปรับ
เทียบสองวิธีคือ การปรับเทียบซอฟต์แวร์จะใช้ซอฟต์แวร์การปรับเทียบสี (เช่น: i1Profiler) และเครื่องมือวัดเพื่อปรับพารามิเตอร์เอาต์พุต
ของกราฟิกการ์ดโดยตรง ซึ่งอาจเกิดการไล่สีที่ไม่ต่อเนื่องอย่างง่ายดาย ในขณะที่การปรับเทียบสีฮาร์ดแวร์ใช้เครื่องมือวัดและซอฟต์แวร์
การปรับเทียบที่ออกแบบโดยผู้ผลิตจอแสดงผลเพื่อดำเนินการปรับเทียบจอภาพ ข้อมูลการปรับเทียบสีจะถูกบันทึกไว้ใน 3D-LUT ในฮาร์ดแวร์ของจอภาพ ซึ่งได้เปรียบในด้านการแสดงสีที่แม่นยำยิ่งขึ้นและรักษาความลึกของสีสูงสุดที่จอภาพสามารถแสดงเพื่อให้ได้
การไล่สีที่ต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงสีที่ไม่ต่อเนื่อง

เมื่อซื้อจอมอนิเตอร์มืออาชีพที่รองรับการปรับเทียบสีของฮาร์ดแวร์และมีความรู้พร้อมการปฏิบัติในการปรับเทียบที่เหมาะสม ก็มั่นใจได้ว่างานของคุณนั้นจะออกมาด้วยมาตรฐานสูงอย่างสม่ำเสมอ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

TOP