เกี่ยวกับโรงเรียน
นานกว่าครึ่งศตวรรษ โรงเรียนอนุบาลชนานันท์ในภาคกลางของประเทศไทย ยังคงยึดมั่นในพันธกิจหลัก นั่นคือการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนด้วยความอยากรู้อยากเห็น การเล่น และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์
เจ้าของใบอนุญาตโรงเรียนคนปัจจุบัน ซึ่งคณาจารย์และเด็กๆ เรียกด้วยความรักว่า “คุณยายจิ๊ด” ได้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ในปี พ.ศ. 2517 หลังจากใช้เวลาสามปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อสังเกตวิธีการดูแลเด็ก ๆ ที่เธอพบว่าน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งอย่างยิ่ง เธอจึงกลับไทยและเปิดโรงเรียนอนุบาลชนานันท์ ในวันเปิดเรียนครั้งแรก มีนักเรียนเพียง 4 คนเท่านั้น ตั้งแต่นั้นมา โรงเรียนก็เติบโตจนเป็นสถาบัน การเรียนรู้ปฐมวัย ที่ได้รับความนับถือในภูมิภาคนี้
ความท้าทาย
ห้องเรียนดั้งเดิมในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
เช่นเดียวกับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ โรงเรียนอนุบาลชนานันท์ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ
ห้องเรียนยังคงพึ่งพาใบงานกระดาษ กระดานดำ และสื่อภาพวาดด้วยมือ แม้เป็นเครื่องมือที่เคยใช้ได้ดีในอดีต แต่กำลังกลายเป็นข้อจำกัดที่มากขึ้นในโลกที่เด็กๆ เติบโตท่ามกลางเนื้อหาและประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ประเด็นปัญหาของครู:
การมีส่วนร่วมได้เพียงครั้งละคน: ด้วยปากกาไวท์บอร์ดเพียงด้ามเดียว เด็กๆ จึงต้องรอคิวนานกว่าจะได้มีส่วนร่วม
ภาระเตรียมการสูง: การถ่ายเอกสารใบงานและวาดภาพประกอบใหม่ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์
สื่อภาพนิ่ง: ไม่ว่าจะสอนคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ ครูมีข้อจำกัดต้องใช้ภาพสเก็ตช์ง่ายๆ ซึ่งถ่ายทอดเนื้อหาได้แค่เพียงบางส่วน
ความกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้ปกครอง: ผู้ปกครองกังวลเกี่ยวกับการใช้จอเป็นเวลานาน และผลกระทบจากอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีต่อสายตาของบุตรหลาน
ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดโจทย์สำคัญ: จะปรับการเรียนรู้ให้ทันสมัยควบคู่กับการดูแลสุขภาพและสัมผัสที่อบอุ่นของมนุษย์ได้อย่างไร?
คุณครู Doungporn Phansang และทีมงานตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น และตระหนักเป็นอย่างดีว่าต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะสนับสนุนวิธีการสอนของครูโดยไม่มาแทนที่ครู
โซลูชันจาก BenQ
โซลูชันที่ทำงานร่วมกับครู ไม่ใช่แทนที่
ในปี 2567 โรงเรียนอนุบาลชนานันท์เริ่มนำ BenQ Board Master RM6504 มาใช้ในห้องเรียน ไม่ใช่เพื่อแทนวิธีการสอนแบบดั้งเดิมที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ แต่เพื่อเป็นเครื่องมือเสริม ด้วยกระดานอัจฉริยะที่มาพร้อมการจัดการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบและรอบคอบ
การอบรมและสนับสนุน
ทีมงานของ BenQ ให้คำแนะนำการติดตั้งโดยตรง พร้อมอบรมคุณครูด้วยทีมงาน คุณครูได้เรียนรู้การใช้ EZWrite เครื่องมือไวท์บอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อการจดโน้ต การทำงานร่วมกันหลายคน และการเรียนรู้แบบผสมผสาน
การ Training ในสถานที่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้กับคุณครู เพื่อให้รู้สึกสบายใจและมองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเสริมวิธีเดิมของพวกเขาโดยไม่เป็นภาระ
บูรณาการทางวิชาการและการบริหาร
โรงเรียนได้นำกระดานอัจฉริยะของ BenQ ไปใช้ทั้งห้องเรียนและการทำงานกลุ่ม นำเสนอใบงาน สร้างกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และใช้ฟังก์ชันมัลติทัชของบอร์ดเพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น
สำหรับการวางแผนหลักสูตร การประชุมเจ้าหน้าที่ก็ใช้เครื่องมือเดียวกันกับบนหน้าจอในการระดมความคิดเห็นและตรวจสอบความคืบหน้า
นอกจากนี้ เมื่อมีนักเรียนที่ไม่สามารถมาเรียนได้ ระบบถ่ายทอดสดและเชื่อมต่อผ่านคลาวด์ก็สามารถช่วยลดระยะทางและให้นักเรียนที่อยู่ทางไกลสามารถเข้าร่วมเรียนได้
ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดี
เพื่อแก้ไขความกังวลของผู้ปกครอง โรงเรียนเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีแสงสีฟ้าต่ำและหน้าจอปลอดการกระพริบ ตลอดจนเคลือบสารป้องกันเชื้อโรคซึ่งเป็นจุดเด่นสำหรับสภาพแวดล้อมที่มือเด็กๆ แตะและสัมผัสอยู่ตลอดเวลา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ ClassroomCare® ของ BenQ
“ตอนแรกเราก็กังวลว่าจะจัดการได้ไหม แต่การติดตั้งก็ง่าย ทีมงาน BenQ คอยแนะนำตลอดทุกขั้นตอน” ครู Benjaporn Kham-AD ชั้น K3 กล่าว
ผลลัพธ์ที่ได้
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด
ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ คุณครูก็เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งในบรรยากาศชั้นเรียนและการมีส่วนร่วมของนักเรียน
ด้วยหน้าจอสัมผัส 50 จุด เด็ก ๆ สูงสุด 5 คนสามารถเขียน วาดรูป และแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างลื่นไหล การทำงานกลุ่มจึงเป็นระเบียบและเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมจุดแข็งของทั้งสองรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน
“ไม่ต้องให้เด็กมาใช้ทีละคนอีกต่อไปแล้ว เดี๋ยวนี้ 4-5 คนสามารถมาหน้าชั้นเรียนพร้อมกันและใช้กระดานได้ เขียน ลบ หรือช่วยกันแก้ไขคำตอบแบบทันที” ครูเบญจพรกล่าว
กระบวนการป้อนกลับทันทีนี้ช่วยให้บทเรียนต่อเนื่อง และส่งเสริมทั้งการทำงานเป็นทีมและความเป็นอิสระ
สื่อการสอนที่โดดเด่น
หัวข้อที่เคยอธิบายยากบนไวท์บอร์ดหรือแฟลชการ์ด เช่น ภัยธรรมชาติ ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ หรือการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ก็กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและอินเทอร์แอคทีฟ ครูสามารถแสดงภาพถ่ายจริง แอนิเมชัน และวิดีโอได้ทันที พร้อมชวนให้นักเรียนร่วมเขียนหรือโต้ตอบบนหน้าจอโดยตรง
“เด็ก ๆ ตื่นเต้นมากตอนเห็นบอร์ดครั้งแรก สี เสียง ภาพ ทุกอย่างเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศในห้องเรียนไปหมด” ครู Nuttarika Chualinfa ชั้น K3 กล่าว
การจดโน้ตแบบ Real-time การตรวจคำตอบทันที และใบงานดิจิทัลช่วยลดความจำเป็นที่ต้องใช้เอกสารพิมพ์ เดิมกิจกรรมที่เคยใช้เวลา 10–15 นาที ตอนนี้ใช้แค่ครึ่งเดียว เหลือเวลาให้สอนจริงมากขึ้น
ผู้บริหารและครูยังประชุมโดยใช้ไฟล์ดิจิทัลร่วมกัน อธิบายเอกสารพร้อมกัน และเก็บแผนการสอนไว้ในคลาวด์ การสื่อสารทั้งในหมู่คุณครูและนักเรียนเห็นภาพ เข้าใจง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้ปกครองเบาใจ
ความกังวลเรื่องสายตาและสุขอนามัยของผู้ปกครองลดลงเมื่อเห็นคุณสมบัติเพื่อสุขภาพบนกระดาน เช่น พื้นผิวป้องกันเชื้อโรคและเทคโนโลยีป้องกันแสงสีฟ้า ทำให้โรงเรียนสามารถปรับปรุงห้องเรียนให้ทันสมัยอย่างมีความรับผิดชอบ
มั่นใจใช้ต่อเนื่อง
ผ่านไปไม่กี่เดือน โรงเรียนอนุบาลชนานันท์ก็ยอมรับการใช้กระดานอัจฉริยะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการศึกษาในระยะยาว
คุณครูออกแบบบทเรียนเองโดยดึงสื่อมัลติมีเดียมาใช้ สนับสนุนการเรียนรู้แบบผสมผสาน ลดความต้องการขอความช่วยเหลือจากภายนอกอย่างมีนัยยะสำคัญ
เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์ส่วนกลาง และบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ช่วยให้เทคโนโลยีใหม่ใช้งานได้เสถียร ทันสมัย และไม่มีภาระให้ฝ่าย IT
เด็ก ๆ เข้าห้องเรียนด้วยความคาดหวัง ถามว่า วันนี้จะได้เจอภาพเคลื่อนไหว เพลง หรือกิจกรรมอะไรใหม่ ๆ ทักษะสื่อดิจิทัลของเด็กๆ ก็เติบโตแบบธรรมชาติ เป็นพื้นฐานสำคัญที่เริ่มฝึกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
“เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ คาดหวังว่าเมื่อใดที่เปิดกระดานอัจฉริยะจะต้องมีอะไรใหม่ ๆ ให้ตื่นเต้น ‘วันนี้คุณครูจะสอนอะไรให้เราดู’ ความอยากรู้นี้คือแรงบันดาลใจแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ผู้อำนวยการดวงพรกล่าว
โรงเรียนมีแผนที่จะขยายการสอนรูปแบบนี้ไปยังห้องเรียนอื่น ๆ อย่างมั่นใจ ว่าทิศทางนี้กำลังเปลี่ยนโฉมการเรียนปฐมวัยอย่างยั่งยืน
“หากสถาบันใดกำลังคิดนำเทคโนโลยีเข้าห้องเรียน เราขอแนะนำ กระดานอัจฉริยะ อย่างแน่นอน ใช้งานง่าย ปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ครูสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตทุกวัน” ผู้อำนวยการดวงพรกล่าวเพิ่มเติม